<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>112620</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/08/2021 18:41</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/08/2021 18:41</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;อนุสรณ์&#039;ชี้ตำรวจต้องยึดหลักสากลไม่ใช้ความรุนแรงผู้ชุมนุมเสียเอง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8 ส.ค.64-นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย(พท.) กล่าวถึงกรณีการชุมนุมเมื่อวันที่ 7 ส.ค. จนเกิดการปะทะกันระหว่างเจ้าหน้าที่ตำรวจกับผู้ชุมนุมและพล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้ออกมาชื่นชมเจ้าหน้าที่ตำรวจว่า ผู้ชุมนุมมาเดินขบวนเรียก ร้องให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ลาออกจากตำแหน่ง จากความล้มเหลวในการบริหารราชการแผ่นดิน รัฐบาลควรปรามเจ้าหน้าที่ ไม่ใช่ให้ท้ายหรือสนับสนุน ให้เป็นฝ่ายใช้ความรุนแรงกับประชาชนเสียเอง การที่เจ้าหน้าที่ตำรวจจัดชุดใหญ่ ระดมทั้งโบกี้ถังน้ำมัน ตู้คอนเทนเนอร์สกัดม็อบ ระดมมาทั้งรถฉีดน้ำแรงดันสูง ยิงทั้งแก๊สน้ำตา กระสุนยางใส่ผู้ ชุมนุม เพื่อไม่ให้ผู้ชุมนุมเคลื่อนขบวนไปยังบ้านนายกฯ ใช้กฎหมายปราบปรามอย่างเต็มที่ ถูกตั้งคำถามว่า กระทำการเกินกว่าเหตุหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอนุสรณ์กล่าวว่าส ฝ่ายที่ประจันหน้ากันนั้นไม่ใช่ข้าศึกศัตรูที่ไหน แต่คือประชาชนเจ้าของประเทศ เจ้าหน้าที่มีการใช้ยุทธวิธีลับลวงพรางหรือไม่ การที่เจ้าหน้าที่ตำรวจปะทะกับผู้ชุมนุมตั้งแต่หัววัน สะท้อนว่าได้อดทนอดกลั้นถึงที่สุดแล้วหรือไม่ การปฏิบัติการได้ ทำตามหลักสากล ดำเนินการเป็นลำดับขั้นตอนจากเบาไปหาหนักหรือไม่ แม้หลังแกนนำยุติการชุมนุม แต่ตำรวจยังคงปฏิบัติการกดดันอย่างหนัก หากเจ้าหน้าที่ดำเนินการผิดหลักสากล จะยิ่ง เกิดเป็นความขัดแย้งในการชุมนุมครั้งต่อไป รวมถึงเป็นการทำลายภาพลักษณ์ของประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;ldquo;รัฐบาลมาแล้วก็ไป ไม่มีประโยชน์ที่จะยืนข้างอำนาจรัฐที่ล้มเหลว การควบคุมฝูงชนต้องดำเนินการตามหลักสากล โปร่งใส ตรงไป ตรงมา ตรวจสอบได้ ไม่ลับลวงพราง ไม่กดดันยั่วยุ และไม่ เป็นฝ่ายใช้ความรุนแรงกับประชาชนเสียเอง&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/112620</URL_LINK>
                <HASHTAG>การชุมนุม, ความรุนแรง, ตำรวจ, นายอนุสรณ์  เอี่ยมสะอาด, ม็อบ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210808/image_big_610fc2ada0d58.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>109433</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/07/2021 12:05</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/07/2021 12:05</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ขาประจำ&#039;ซัดแรงกักแต่ตัวอย่ากักสมอง! ไล่&#039;บิ๊กตู่&#039;-พวกพ้องลาออกทั้งยวง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 ก.ค. 64 - นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงสถานการณ์การแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ของรัฐบาล ว่า ถ้ารัฐบาลยังล้มเหลวไร้ประสิทธิภาพแบบนี้ 120 วันเปิดประเทศคงไม่สำเร็จ แม้แต่ภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ ก็จะล้มเหลว สิ่งที่รัฐบาลควรเร่งทำ 3 ด้านในสถานการณ์ขณะนี้ คือ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1.ให้ความสำคัญกับชุดตรวจ Rapid Antigen Test ที่เพิ่งคิดจะมาปลดล็อก ทั้งที่เราเสนอแนะมาตั้งนานเหมือนรัฐบาลนี้ขับเคลื่อนการทำงานด้วยคำตำหนิด่าทอ การล็อกดาวน์ต้องสกัดการแพร่ระบาดของโรคไม่ใช่ควบคุมประชาชน ต่องเร่งแยกคนแยกโรค เมื่อปลดล็อกชุดตรวจแล้วต้องให้ประชาชนเข้าถึงได้จริง ต้องมีจุดพักคอยเพื่อแยกผู้ป่วยที่รอห้อง ให้ออกมาจากครอบครัว และขยายศักยภาพเตียงให้ทัน เร่งจัดหายาให้พร้อมและเพียงพอ รวมถึงทรัพยากรอื่นๆ อย่าปล่อยให้ขาดแคลน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.แม้รัฐบาลจะผิดพลาดล้มเหลวซ้ำซากในการบริหารจัดการวัคซีนแต่วัคซีนคุณภาพคือทางออก ที่ผ่านมารัฐบาลได้ระดมสรรพกำลังในการจัดหาวัคซีนคุณภาพมาให้คนไทยพอเพียงแล้วหรือยัง วัคซีนทางเลือกควรเร่งเซ็นสัญญาเร็วกว่าต้นเดือนสิงหาคมหรือไม่ และควรเร่งเจรจากับผู้ขายขอให้ช่วยส่งมอบวัคซีน mRNA ให้ได้อย่างน้อยบางส่วนก่อนไตรมาส 4 ผู้มีอำนาจในรัฐบาลได้ใช้ความพยายามเต็มที่แล้วหรือไม่ ควรส่งคนระดับรัฐมนตรีไปเจรจาหรือไม่ ทำไมประเทศอื่นเขาสามารถเจรจาได้ รัฐบาลต้องคิดว่าวัคซีน mRNA จากไฟเซอร์ 20 ล้านโดสเพียงพอหรือไม่&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3.การเยียวยาต้องรวดเร็วตรงจุดและเพียงพอแก่ประชาชนที่เผชิญความทุกข์ยากมาแล้วกว่า 18 เดือนการเยียวยาต้องทำให้รวดเร็วกว่านี้&amp;nbsp; คิดเรื่องล็อกดาวน์ได้ แต่ทำไมคิดเรื่องเยียวยาไปพร้อมกันเลยไม่ได้ การเยียวยาต้องมากกว่าปีที่แล้ว ต้องทำให้คนจน คนหาเช้ากินค่ำมีเงินยาไส้ได้เร็วกว่านี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แทนที่รัฐบาลจะเป็นพลังในการขับเคลื่อนแก้ไขปัญหากลับกลายเป็นภาระ ปกติเสาร์-อาทิตย์ ก็ไม่ทำงาน ยิ่งต้องมากักตัวยิ่งล้มเหลวและสูญเสียโอกาส ความจริงกักตัว ไม่ควรกักสมอง รัฐบาลต้องลดไอโอแล้วเพิ่มไอคิว ประชาชนไม่ได้ด้อยค่าวัคซีน แต่อาจเป็นรัฐบาลที่ด้อยค่าบุคลากรทางการแพทย์และประชาชนในการนำวัคซีนประสิทธิภาพต่ำมาฉีดหรือไม่ คนไทยทั้งประเทศเรียกร้องให้พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีลาออก ซึ่งอาจเกิดขึ้นได้ยากกับคนที่ทำทุกอย่างเพื่อการวางแผนยึดอำนาจมา แต่พรรคร่วมรัฐบาลเคยได้ยินเสียงร้องไห้ของประชาชนบ้างหรือไม่เห็นชีวิตคนติดคนตายเป็นใบไม้ร่วง ท่านยังจะพายเรือให้ พล.อ.ประยุทธ์นั่ง ยังจะเป็นนั่งร้านให้กับรัฐบาลสืบทอดอำนาจไปอีกนานแค่ไหน จิตใจทำด้วยอะไร&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;พลเอกประยุทธ์และพวกพ้ององคาพยพทั้งหมด ต้องลาออก ยุติการสืบทอดอำนาจเพื่อเปิดโอกาสให้ปัญหาของประเทศชาติและประชาชนได้รับการแก้ไขโดยเร่งด่วน&amp;rdquo;นายอนุสรณ์ ระบุ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/109433</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายกฯ, นายอนุสรณ์  เอี่ยมสะอาด, บิ๊กตู่, พท., ลาออก, อย่ากักสมอง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210712/image_big_60ebca491fe98.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>90852</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/01/2021 16:23</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/01/2021 16:22</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;อนุสรณ์&#039;ตามซัด&#039;สุภรณ์&#039;หวังได้ดีเอาใจนายใหม่ด่านายเก่า  </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 ม.ค.63-นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย(พท.) กล่าวถึงกรณีนายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ &amp;nbsp;ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี ออกมาพาดพิงรัฐบาลทักษิณ ชินวัตร และรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร สร้างหนี้ให้รัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ตามใช้ว่า ความจริงประเด็นที่ถกแถลงกัน คือพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา อยู่ 7 ปี ไร้ประสิทธิภาพ สู้โจ ไบเดน ที่ทำงาน 1 วันไม่ได้นั้นจริงหรือไม่ เป็นสิทธิที่แต่ละฝ่ายจะให้ความเห็นที่แตกต่างกันกับประชาชนได้ แต่ไม่เห็นประโยชน์ที่เครือข่ายระบอบประยุทธ์ จ้องแต่จะโยนความไร้ประสิทธิภาพทั้งหมดใน 7 ปี ของระบอบประยุทธ์ว่าเป็นเพราะ 2 อดีตนายกรัฐมนตรีอยู่ร่ำไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอนุสรณ์กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์กำลังจะใช้งบประมาณแผ่นดินครบ 20,824,000 ล้านบาทในปีงบประมาณ 2564 นับจากวันที่ยึดอำนาจและเข้าบริหารประเทศตั้งแต่ปี 2557 และได้จัดทำงบประมาณแผ่นดินมา 7 ปี แต่น่าแปลกใจที่เงินจำนวนมหาศาลนั้นขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยได้น้อยมาก เพียง 3 ล้านล้านบาทเท่านั้น พล.อ.ประยุทธ์ คนเดียวก่อหนี้มากกว่า 28 นายกฯ และอาจต้องใช้เวลายาวนานถึง 70 ปี จึงชำระหนี้ที่รัฐบาลประยุทธ์ ก่อไว้ในช่วง 7 ปีคืนได้หมด เวลา 7 ปี นานเกินกว่าที่พล.อ.ประยุทธ์ จะหันหลังกลับไปโทษรัฐบาลใดได้ เครือข่ายระบอบประยุทธ์ จะอธิบายว่า ไม่ไร้ประสิทธิภาพอย่างไร ก็สื่อสารกับประชาชนไป แต่การโยนความล้มเหลวไร้ประสิทธิภาพทุกเรื่องว่า เป็นเพราะรัฐบาลเก่าที่มิได้มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆกับการบริหารราชการแผ่นดินมา 7 ปี ฟังไม่ได้ และถือเป็นการอธิบายเกินจากกรอบของเรื่องไปมาก นายสุภรณ์ มักใช้วิธีด่านายเก่า เพื่อเอาใจนายใหม่ เพื่อให้ตัวเองได้ดิบได้ดี มีความมั่นคงในหน้าที่การงาน แต่ขอให้รับรู้ว่าเป็นพฤติกรรมที่คนไทยรับไม่ได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ถ้าพล.อ.ประยุทธ์ ใช้ผ้าขี้ริ้วสกปรกมาถูพื้น จะหวังให้พื้นสะอาดได้อย่างไร อย่าขจัดคราบสกปรก ด้วยสิ่งปฏิกูล มีข้อเท็จจริงอะไรก็สื่อสารกับประชาชนไป แต่การใช้คนต้นทุนติดลบมาอยู่ใกล้ตัว คอยแก้ต่างให้ มีแต่จะทำให้ตัวพล.อ.ประยุทธ์ มอมแมมไปด้วย&amp;quot;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/90852</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายสุภรณ์ อัตถาวงศ์, นายอนุสรณ์  เอี่ยมสะอาด, พรรคเพื่อไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190929/image_big_5d90bd07308e8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>78223</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/09/2020 11:57</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/09/2020 11:57</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;เอี่ยม&#039;เหน็บ&#039;บิ๊กตู่&#039;ทหารแก่ไม่มีวันตาย แต่ทหารแก่กำลังทำลายเศรษฐกิจไทยให้ตายทั้งเป็น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 ก.ย.63-นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีสภาพัฒน์ฯ เผยไทยเหลื่อมล้ำพุ่งรอบ 10 ปี รวยจนห่างกันสูงสุด 20 เท่า หนี้ครัวเรือนต่อจีดีพีเพิ่มทะลุ 80 เปอร์เซ็นต์ ว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม เห็นรายงานของสภาพัฒน์ฯแล้ว นึกออกหรือยังว่าจะแก้ไขอย่างไร หรือจะใช้วิธีโยนความผิดไปให้รัฐบาลก่อนตามถนัด ในรายงานพบคนจนเพิ่มขึ้นตั้งแต่ปี60 พล.อ.ประยุทธ์ หนียังไงก็หนีไม่ออก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รัฐบาลยิ่งอยู่ยาวคนยิ่งแห่มาลงทะเบียนรับบัตรคนจนเพิ่มมากขึ้น เศรษฐกิจไทยหลังจากโควิดจะต้องเจอกับภาวะ 3 สูง 3 ต่ำ 3 สูง คือ อัตราการว่างงานสูง หนี้สาธารณะสูง และหนี้ภาคเอกชนสูง ส่วน 3 ต่ำ คือ การเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจต่ำ อัตราเงินเฟ้อต่ำ และอัตราดอกเบี้ยต่ำ ซึ่งเป็นสิ่งที่รัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ จะต้องเตรียมพร้อมที่จะรับมือกับผลกระทบจากปัญหาวิกฤติเศรษฐกิจของประเทศ ตลอด 6-7 ปี ทำให้คนไทยได้เห็นว่า ประเทศไทย ไม่ใช่ใครก็ได้ ที่จะมาเป็นผู้นำ คนไทยจะฝากอนาคตเศรษฐกิจไทยไว้กับทหารเกษียณที่ชื่อ พล.อ.ประยุทธ์จริง ๆ หรือ ทหารแก่ไม่มีวันตาย แต่ทหารแก่ กำลังทำลายเศรษฐกิจไทยให้ตายทั้งเป็น หรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ภาวะสุญญากาศ กำลังลุกลาม ทั้งด้าน เศรษฐกิจ การเมือง หา รมว.คลัง ยังไม่ได้ จะพูดอะไร จะแก้เหลื่อมล้ำแบบไหน น้ำหนักคงไม่มี&amp;quot; นายอนุสรณ์ กล่าว.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/78223</URL_LINK>
                <HASHTAG>&gt;โควิด 19&amp;lt;, คนจน, นายอนุสรณ์  เอี่ยมสะอาด, เศรษฐกิจ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200831/image_big_5f4d0a59ec215.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>77498</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/09/2020 11:52</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/09/2020 11:52</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โฆษกเพื่อไทยได้ทีโยงเหลื่อมล้ำเพราะตระกูล&#039;จันทร์โอชา&#039;รวย แนะธนาคารโลกจัดอันดับการทำธุรกิจใหม่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 ก.ย.63- นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ออกมาระบุ ได้เตือน พล.อ.ปรีชา จันทร์โอชา สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) และอดีตปลัดกระทรวงกลาโหม ให้ระมัดระวังการทำธุรกิจของคนในครอบครัว ว่า ตัวพล.อ.ประยุทธ์ ผู้เป็นลุงและเป็นคนเตือน มีประเด็นเรื่องการพักอาศัยในบ้านพักทหารหลังเกษียณอายุราชการ ที่ศาลรัฐธรรมนูญกำลังพิจารณาวินิจฉัยอยู่ พล.อ.ปรีชา ผู้เป็นพ่อและผู้ถูกเตือน ก็มีกรณี สร้างสถิติขาดประชุมสนช. 394 วัน จาก 400 วัน แต่ยังถูกเลือกให้เป็น สว. บรรจุลูกชายเป็นทหาร แล้วอ้างว่าใครๆก็ทำกัน ลูกชายตั้งบริษัทในค่ายทหารประมูลงานของกองทัพ จนมาถึงข่าวการได้งานสวทช.124 ล้านบาท ในขณะที่คนไทยเกือบ 10 ล้านคนเสี่ยงจะตกงาน จากวิกฤติเศรษฐกิจแต่กิจการของลูกหลานในตระกูลจันทร์โอชา กลับเจริญเติบโตเหมือนไม่ได้รับผลกระทบอะไรเลย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ธนาคารโลกอาจต้องพิจารณาอันดับความยากง่ายในการประกอบธุรกิจประจำปี 2564 (Doing Business 2021) ของประเทศไทยใหม่ เพราะคนบางตระกูลสามารถเข้าถึงสิทธิพิเศษ ในขณะที่คนประกอบธุรกิจทั่วไปยังคงต้องเผชิญกับความยากลำบากในการแข่งขันเพื่อความอยู่รอดของธุรกิจต่อไปหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ประชาชนมีคำถาม ถึงปัญหาความเหลื่อมล้ำ ความยากง่ายในการประกอบธุรกิจที่แตกต่างกัน เหตุการณ์นี้เป็นเพียงยอดภูเขาน้ำแข็ง ปัญหาหยั่งรากลึกยังมีอีกมาก&amp;quot; นายอนุสรณ์ กล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/77498</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายอนุสรณ์  เอี่ยมสะอาด, หลานประยุทธ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200508/image_big_5eb4fe1a71551.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>73158</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/08/2020 10:43</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/08/2020 10:43</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เอี่ยมชี้ศึกประชิดรอบด้านบี้&#039;ประยุทธ์&#039;แก้ไขรัฐธรรมนูญ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2 ก.ค. 2563 นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณี คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาปัญหา หลักเกณฑ์ และแนวทางการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (กมธ.ศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญ) มีมติเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 256 เพื่อเปิดทางการแก้ไขรัฐธรรมนูญว่า &amp;nbsp;ปัญหาหลักที่กลุ่มเยาวชน นักเรียน นิสิต นักศึกษา ประชาชน ออกมาแสดงพลังจุดแฟลชม็อบทั่วประเทศ เพราะกติกาการเลือกตั้งและการได้มาซึ่งนายกรัฐมนตรีในรัฐธรรมนูญปี 2560 บิดเบือนเจตนารมณ์ของประชาชน สร้างปัญหา ก่อให้เกิดความขัดแย้ง แตกแยกอย่างหนัก ถ้าพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี มีความจริงใจ จะถอดสลักความขัดแย้งจากสถานการณ์การชุมนุมเรียกร้องประชาธิปไตย เพียงเร่งแก้ไขรัฐธรรมนูญในเรื่องเร่งด่วน 2 เรื่อง คือ 1.เปลี่ยนกลับไปใช้ระบบเลือกตั้งแบบบัตร 2 ใบ คือ ส.ส.เขต และ ส.ส.บัญชีรายชื่อ ให้ตรงตามเจตนารมณ์ในการเลือกตั้งส.ส.ของประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.ยกเลิกบทเฉพาะกาล ตัดสิทธิ์ ส.ว.ไม่ให้ โหวตเลือกนายกรัฐมนตรี หากแก้ 2 เรื่องนี้ ยังต้องใช้เวลานาน อาจพิจารณาใช้รัฐธรรมนูญปี 2540 มาจัดการเลือกตั้งเพื่อหยุดความขัดแย้ง แล้วกลับมาแก้ยุทธศาสตร์ชาติ แผนปฏิรูปประเทศ เชื่อมโยงองค์กรอิสระ โดยรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชนโดยแท้ ทุกปัญหารอไม่ได้ โมเดลซื้อเวลา จัดม็อบชนม็อบ ประเทศชาติและประชาชนเสียโอกาส สารพัดศึกประชิดรอบด้าน จะท่องคาถาเฝ้าระวังโควิดระลอก 2 อยู่อย่างเดียวไม่ได้ การฟื้นตัวจากโควิดยังลูกผีลูกคน มีคนตกงานจากโควิดแล้วเกือบ 5 ล้านคน คาดว่าสิ้นปีจะมีคนตกงานเฉียด 10 ล้านคน ทีมเศรษฐกิจชุดเก่าอยู่มา 6 ปี ยังโบกมือบอกศาลา แล้วจะไปคาดหวังอะไรกับทีมเศรษฐกิจชุดใหม่ ตราบที่หัวหน้าทีมเศรษฐกิจยังเป็นพล.อ.ประยุทธ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;รัฐธรรมนูญ ฉบับเอื้อการสืบทอดอำนาจของพล.อ.ประยุทธ์ ต้องจบ เลิกกีดกันประชาชนออกจากการมีส่วนร่วมทางการเมือง สร้างกติกาที่เป็นประชาธิปไตย แก้ไขการเมืองที่ไม่เท่าเทียม&amp;rdquo; &amp;nbsp;นายอนุสรณ์ กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/73158</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายอนุสรณ์  เอี่ยมสะอาด, บิ๊กตู่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, แก้รัฐธรรมนูญ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200508/image_big_5eb4fe1a71551.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>70103</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/06/2020 09:08</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/06/2020 09:08</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;เอี่ยม&#039;ฟันธงรัฐบาลต่ออายุพรก.ฉุกเฉินเพราะมือไม่ถึงจนไปต่อไม่ได้ แย่งชามข้าวฉุดการเมืองถอยหลัง </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30 มิ.ย.63-นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณี นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี เสนอยุบสภาตั้งรัฐบาลใหม่แก้ปัญหาโควิด19 เหมือนสิงคโปร์ ว่า สภาพปัญหาของรัฐบาลในขณะนี้ อธิบายให้เห็นภาพชัดได้ด้วยคำพูดของนายสมคิดก่อนหน้านี้ คือ คนเก่าอยู่แก้ปัญหาไม่ได้ ไม่ควรอยู่ คนใหม่มาทำอะไรไม่เป็น ไม่ควรมา เกิดสภาพลักลักลั่น เป็นสุญญากาศทางการบริหาร คนเก่าจะอยู่ต่อก็คายฟันยางสารภาพว่า รัฐบาลมีปัญหา มือไม่ถึง จนต้องเสนอให้ยุบสภาเป็นทางออก คนที่มีชื่อจะมาเป็นหัวหน้าทีมเศรษฐกิจคนใหม่ ประชาชนก็ยี้ ไม่เชื่อมั่นกันทั้งเมือง ยึดอำนาจ ยึดเก้าอี้ จนกลายเป็นการยึดโอกาสจากคนไทย ที่ควรจะมีความหวังอยู่รอดจากวิกฤติเศรษฐกิจที่วิกฤติหนัก เพราะเป็นวิกฤติเศรษฐกิจโลก ซ้อนวิกฤติเศรษฐกิจไทย กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) ชี้ชัด จีดีพีโลกหดตัว 4.9 เปอร์เซ็นต์ สอดคล้องกับคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ที่คาดว่าเศรษฐกิจไทยจะติดลบร้อยละ 8.1 หดตัวมากที่สุดในประวัติศาสตร์ ประเทศที่รัฐบาลมีเสถียรภาพยังแก้ปัญหายาก รัฐบาลที่มีปัญหาหนักขนาดนี้ โอกาสแก้ปัญหาสำเร็จเป็นเรื่องที่ยากมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;การต่ออายุ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน หรือ เสนอยุบสภา สาเหตุหลักอาจไม่ใช่เพราะโควิด แต่เพราะรัฐบาล มีปัญหา มือไม่ถึง จนไปต่อไม่ได้ อย่าไปพูดถึง นิวนอร์มอลทางการบริหาร ถ้ายังสาละวนอยู่กับโอลด์นอร์มอล แย่งชามข้าว ฉุดการเมืองถอยหลัง ทำประเทศชาติและประชาชนเสียโอกาส &amp;rdquo;นายอนุสรณ์ กล่าว.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/70103</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์, นายอนุสรณ์  เอี่ยมสะอาด, ยุบสภา, สิงคโปร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200127/image_big_5e2e7a2f64e9e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
